[ ภาษาไทย | English ]

หน้าแรก>ข่าวและบทความ>สองปีภูฟ้า


ฉลอง 2 ปี "ภูฟ้า" ขยายสาขา-พัฒนาคุณค่าผลิตภัณฑ

ผลิตภัณฑ์จากกะลา หรือ ผ้าทอมือ ราคาไม่กี่ร้อยบาท แม้จะเป็นเงินจำนวนไม่มากนัก แต่ก็สามารถหมุนเวียน เปลี่ยนเป็น รายได้ให้กับประชาชนที่ยากไร้ในถิ่นทุรกันดาร ทั้งยังพัฒนาคุณภาพชีวิตพวกเขาให้ดีขึ้น ซึ่งนั่นคือ แนวทางการ ดำเนินกิจการร้าน "ภูฟ้า" อย่างต่อเนื่องจนวาระครบรอบ 2 ปี

ร้านภูฟ้า นับเป็นแหล่งขายสินค้า ที่ผลิตขึ้น โดยประชาชน ถิ่นทุรกันดาร จัดตั้งขึ้นในกองทุน พัฒนาเด็ก และเยาวชน ในถิ่นทุรกันดาร (กพด.) ภายใต้ โครงการ ส่งเสริมอาชีพ ตามพระราชดำริของ สมเด็จพระเทพ รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมุ่งหวังให้ประชาชนที่อาศัย อยู่ในถิ่นทุรกันดารมีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถพึ่งพาตัวเองได้

ร้านภูฟ้า ได้รับพระราชทานชื่อ จากสมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยมีความหมายถึง ชื่อของภูเขาในจังหวัดน่าน เปิดทำการเมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2544 ณ ศูนย์การค้า สยามดิสคัฟเวอรี่ บนเนื้อที่ 140 ตารางเมตร มีผลิตภัณฑ์ ท้องถิ่นจำหน่ายมากมาย ได้แก่ ผ้าทอ, ผ้าไหม, ผ้าย้อมสี จากธรรมชาติ, ผ้าฝ้าย, เครื่องจักสาน ในรูปทรงต่างๆ, อาหารแปรรูป, เครื่องสำอาง, ภาพวาดฝีพระหัตถ์ และหนังสือพระราชนิพนธ์, มุมกาแฟและขนม ดังนั้น ร้านแห่งนี้ จึงเปรียบเสมือนช่องทาง การกระจาย สินค้า ให้เข้าถึงผู้บริโภคที่เป็นคนเมืองมากยิ่งขึ้น

ตลอดระยะเวลา ของการดำเนินงาน 2 ปี ศ.ดร.สุชาดา กีระนันทน์ ประธาน กรรมการ ดำเนินงานร้านภูฟ้า กล่าวว่า ที่ผ่านมา มียอดซื้อสินค้าจากชาวบ้านถึง 6 ล้านบาท โดยขณะนี้มีสินค้าใหม่ที่วางจำหน่ายเป็นปีแรกได้แก่ ชาอูหลง จากศูนย์ ภูฟ้าพัฒนา, น้ำบูดู และผลิตภัณฑ์กะลามะพร้าว จากภาคใต้ นอกนั้นก็เป็นเครื่องจักสานที่ พัฒนา รูปแบบให้ใช้ประโยชน์มากขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์ที่มียอดจำหน่ายสูงสุดในร้าน ได้แก่ ผ้า เครื่องจักสาน และผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตรซึ่งจะกระจายรายได้กันไป

ปัจจุบันโครงการฯ มีกลุ่มส่งเสริมอาชีพจำนวน 45 กลุ่ม กระจายอยู่ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ตาก น่าน เชียงใหม่ บุรีรัมย์ ขอนแก่น สกลนคร ฉะเชิงเทรา และนราธิวาสซึ่งขณะนี้มีชาวบ้านในโครงการเกือบ 1,300 ครอบครัว และคาดว่าจะเพิ่มจำนวนและ ขยายต่อไปอีก ซึ่งในเบื้องต้นได้มีการเพิ่มศักยภาพให้กับ 18 กลุ่ม ด้วยการ จัดโครงการอบรม สัมมนาเพื่อให้ชาวบ้านเกิดแนวคิดใหม่ๆ รวมทั้งยังตั้งกองทุนหมุนเวียนให้แก่ชาวบ้านโดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้พระราชทานทรัพย์เข้ากองทุนเพื่อให้ชาวบ้านนำไปซื้อวัตถุดิบ เครื่องมือต่างๆ ในการทำผลิตภัณฑ์อีกด้วย

"ที่ผ่านมานับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานภาพฝีพระหัตถ์ตรงมาที่ร้าน เพื่อนำไปใช้ ทำประโยชน์ต่างๆ ซึ่งเงินที่ได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก็ทรงพระราชทานกลับมาช่วยชาวบ้าน โดยมีพระดำริว่า ทำอย่างไรจะให้ชาวบ้านยืนด้วยลำแข้งของตนเอง และให้เขารู้จักทำการตลาด บริหารการจัดการได้ ปีที่แล้วได้พระราชทานเงินจำนวน 10 ล้านบาท เราก็เสนอเป็นโครงการพัฒนาต่างๆ ที่ชัดเจน"

เงินทุกบาททุกสตางค์ ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เริ่มจากการก่อสร้างโรงเรือนให้กลุ่มต่างๆ เพื่อให้เป็น สถานที่ทำงานและที่เก็บของ นอกจากนี้ยังได้จัดซื้ออุปกรณ์ อาทิ เครื่องสาวไหม เครื่องอบอาหาร ฯลฯ ซึ่งแล้วแต่ กองทุนจะพิจารณา ขณะเดียวกันสิ่งที่ทรงย้ำคือ อยากให้ชาวบ้านคิดเป็น พัฒนาเป็น จึงต้องจัดการอบรม เพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กับชาวบ้านด้วย

ุ"เรามีแผนที่จะขยายความช่วยเหลือออกไปยังกลุ่มอื่นมากขึ้น และอยากให้ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกอยู่แล้ว เข้มแข็ง ยิ่งขึ้น มีความสามารถในการจัดการ และพัฒนาผลิตภัณฑ์ สุดท้ายคือ ชาวบ้านต้องเพิ่มคุณค่า ให้กับสินค้าที่มีอยู่ ซึ่งตรงนี้คือสิ่งที่ยุ่งยากเพราะชาวบ้านไม่ใช่โรงงาน เราต้องเอาไปให้เขาดูแล้วค่อยๆ สอน แกะแบบ อธิบายขั้นตอนว่า จะต้องทำอย่างไร" ศ.ดร.สุชาดา กล่าวถึง สิ่งที่โครงการต้องพัฒนาให้กับชาวบ้าน

การเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าดังกล่าว จึงกลาย เป็นที่มา ของโครงการ ประกวดออกแบบ และพัฒนาผลิตภัณฑ์, บรรจุภัณฑ์ โดยสิ่งที่โครงการส่งเสริมอาชีพ มุ่งหวังคือ ทำอย่างไร ที่จะนำวัตถุดิบของชาวบ้านที่มีอยู่ พัฒนารูปแบบ ให้มีมาตรฐานดียิ่งขึ้น ซึ่งผลงานของผู้ชนะเลิศจะ นำมาเป็นต้นแบบและจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ ต่อไปโดย คาดว่าจะ ใช้เวลาประมาณ 4 เดือน นอกจากนี้สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ ยังได้พระราชทาน ภาพฝีพระหัตถ์ ภาพลิง โหนกิ่งไม้ ซึ่งหมายถึงปีนักษัตร คือ ปีวอก เพื่อให้ร้านภูฟ้าจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ราวต้นเดือนตุลาคมนี้ด้

'ความสุข ของชาวบ้าน คือ สิ่งที่ สมเด็จ พระเทพ รัตนราชสุดาฯ ทรงปรารถนา ไม่ทรง มีพระประสงค์ ที่จะ เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของชาวบ้าน แต่จะทำ อย่างไร ให้เขา อยู่ได้และ รักษาความเป็นชุมชนไว้ พระองค์ ทรงเอา พระทัยใส่ในเรื่องนี้มาก เวลาเสด็จฯ ไปที่ไหน ก็จะทรงนำตัวอย่าง มาถามชาวบ้าน ว่าทำได้ไหม หรือ เวลาเสด็จฯ มาที่ร้าน ก็จะทรง แนะนำว่า ต้องปรับ ตรงนั้น เปลี่ยนตรงนี้ และ ที่ชัดเจน คือ การออกแบบ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และปรับรูปโฉมผลิตภัณฑ์ของใหม่ และของเดิม ให้ดีขึ้น" ประธานคณะกรรมการฯ กล่าวถึงแนว พระดำริที่ทรงพระราชทานอย่างต่อเนื่อง

สำหรับอนาคต อันใกล้นี้ ภูฟ้าจะมีสาขา เพิ่มบริเวณ สุขุมวิท ซอย 7 โดยกรมธนารักษ์ได้น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดิน ชั้นล่างจะเป็น ร้านขายของ ส่วนชั้นบนจะเป็นสำนักงาน ซึ่งคาดว่า จะเปิด ดำเนินงาน ในปีหน้านี้ นอกจากนี้ ยังมีที่ดินบริเวณ สวนจตุจักร ที่รถไฟฟ้ามหานคร (รฟม.) น้อมเกล้าฯถวายอีกแห่งด้วย

ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศ การประกวดในประเภทต่างๆ จะได้เข้ารับ พระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ในงานฉลองครบรอบ 2 ปีของร้านภูฟ้าในวันที่ 28 ก.ย. 2546 ณ สยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์


สนใจสั่งซื้อสินค้า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักงาน ร้านภูฟ้า 123 สุขุมวิทซอย 7 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110
โทร 02 655 6242-3 โทรสาร 02 655 6244 หรือสาขา