นิทรรศการครั้งที่ 5 ย้อนยุค ข้าวยาก หมากแพง
DATE
21 / 09 /2552 11:38



นิทรรศการ “ย้อนยุค ข้าวยาก หมากแพง”
จัดแสดง ณ ร้านภูฟ้าผสมผสาน ชั้น 4 ศูนย์การค้าสยามพารากอน
มีนาคม - พฤษภาคม 2552
นิทรรศการ “ย้อนยุค ข้าวยาก หมากแพง” เป็นนิทรรศการหมุนเวียนครั้งที่ 5 ที่จัดแสดงในร้านภูฟ้าผสมผสาน ศูนย์การค้าสยามพารากอน โดยภูฟ้าผสมผสานตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร เพื่อเป็นแหล่งวัฒนธรรมใจกลางเมือง เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และบูรณาการความรู้สาขาต่างๆ ดำเนินการในรูปแบบการจัดนิทรรศการหมุนเวียนและจำหน่ายสินค้าที่ระลึกที่บอกเรื่องราวของมนุษย์ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม จากอดีตถึงปัจจุบัน
โดยนิทรรศการ “ย้อนยุค ข้าวยากหมากแพง” จัดทำโดยศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดท่าพูด จังหวัดนครปฐม นอกจากนิทรรศการแล้ว เชิญเลือกซื้อข้าวพื้นเมืองของชาวบ้านในท้องถิ่นต่างๆ เช่น ข้าวสังหยดจากพัทลุง และข้าวจากโครงการในพระราชดำริ
การดำเนินงานของร้านภูฟ้าผสมผสาน เป็นกิจกรรมหนึ่งของกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (ก.พ.ด.) ที่จัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
นิทรรศการ “ย้อนยุค ข้าวยาก หมากแพง”
นิทรรศการ “ย้อนยุค ข้าวยาก หมากแพง” เล่าถึงความอดอยาก ขาดแคลน วิกฤตของชีวิตที่มีอยู่คู่กับสังคมไทยมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อหาคำตอบว่า ข้าวยากหมากแพงในแต่ละยุคสมัย เกิดมาจากสาเหตุอะไร คนทั่วไปจดจำอะไรบ้างเกี่ยวกับความทุกข์ยาก และหาวิธีปรับตัวอย่างไรให้มีชีวิตอยู่รอดและมีความหวัง นอกจากนั้นยังมีเครื่องใช้ที่เกี่ยวกับการทำนาในยุคก่อน เช่น คันไถ ถังตวงข้าว และเครื่องใช้โบราณจากยุคสงคราม
ช่วงอดีต
เท่าที่สืบหาได้จากเอกสารโบราณ เช่น พงศาวดาร บันทึกราชการ สงครามและภัยธรรมชาติ เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้นาล่ม หรือไม่มีการทำนา ยังผลให้ขาดแคลนข้าว ประชาชนอดอยาก
ตัวอย่างเช่นในช่วงเวลากรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ต่อกับกรุงธนบุรีนั้น มีศึกสงครามกับพม่าหลายครั้ง ราษฏรไม่รับผลกระทบเนื่องจากทำนาไม่ได้ อาหารการกินฝืดเคือง ดังที่พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันจันทนุมาศ (เจิม) กล่าวไว้ว่า เห็นกระดูกคนกองสุมประดุจภูเขา ที่มีชีวิตอยู่ก็ล้วนอดอยาก รูปร่างราวกับเปรตปีศาจ
ในยามที่อดอยาก พระเจ้าแผ่นดินบางยุคสมัยพระราชทานข้าว และให้ข้าราชการทำนาปรัง ในยุคต่อมาทางการซื้อข้าวเปลือก ข้าวสารแจกราษฎร เพื่อบรรเทาความยากลำบาก ชาวบ้านที่อดอยากขาดแคลน มักต้องประทังชีวิตด้วยการหาพืชผักต่างๆ ทั้ง เผือก มัน กลอย กล้วย หน่อไม้ ขุยไผ่ ฟักทอง ถั่ว ตามแต่จะหาได้ หุงต้มปนข้าว หรือรับประทานแทนข้าว
สงครามโลกครั้งที่สอง
เป็นช่วงของความเดือดร้อนแสนสาหัส ที่ยังคงมีผู้สูงวัยอายุเกิน 80 ปี จำเหตุการณ์ในช่วงนั้นได้แม่นยำ ทั้งความความทุกข์ของคนกรุง ทั้งภัยจากระเบิด และสินค้าราคาแพงขึ้น และความลำเค็ญจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในปี 2485
“สงครามโลกครั้งที่สอง …..อุปกรณ์ทั้งหมดล้วนขาดแคลน ไม่ว่าข้าวปลา เสื้อผ้า ทุกอย่างขาดแคลน ไม่พอใช้ เสื้อผ้าไม่มีนุ่ง ไม้ขีดไฟแพงอย่างกับทองคำ”
“ในกรุงเทพฯปั่นป่วนทันที ของกินของใช้ขึ้นราคา ของจำเป็นที่จะต้องใช้ประจำวันถูกพ่อค้ากักตุนไว้หลังร้าน เราหาซื้อไม่ได้ เกิดคำว่า ตลาดมืด ”
แต่ความขาดแคลนทำให้ต้องมีการประดิษฐ์คิดค้นของกินของใช้มาทดแทน ทำให้เกิดสูตรอาหารใหม่ๆ เช่นแกงจืดไข่น้ำ มีการนำใยสับปะรดมาทำเป็นด้ายเย็บผ้า ใช้น้ำมันมะพร้าวแทนน้ำมันก๊าด เป็นต้น
ยุคโลกาภิวัตน์
ข้าวยากหมากแพง เป็นเรื่องของวิกฤตเศรษฐกิจ ที่เกิดจากความผิดพลาดของการบริหารตลาดเงิน ยังผลให้เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง วิกฤตแฮมเบอเกอร์ เป็นระยะๆ แม้ข้าวจะไม่ขาดแคลนก็ไม่มีเงินพอซื้อ พบกับประสบการณ์ของคนต่างฐานะ นักเล่นหุ้น มอเตอร์ไซค์รับจ้าง แม่ค้า จิตแพทย์ ที่ต่างมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเศรษฐกิจล่มไปต่างๆกัน
นิทรรศการ “ย้อนยุค ข้าวยาก หมากแพง” จัดแสดง ณ ร้านภูฟ้าผสมผสาน ชั้น 4 สยามพารากอน ระหว่างเดือนมีนาคม - พฤษภาคม 2552
Back