[ ภาษาไทย | English ]

หน้าแรก>ข่าวและบทความ>บทความเทิดพระเกียรติ


บทความเทิดพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี
เนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ๒ เมษายน ๒๕๔๖

“สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี กับการส่งเสริมอาชีพประชาชนในถิ่นทุรกันดาร”

จากการโดยเสด็จพระราชดำเนินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินีนาถ ไปทรงเยี่ยมราษฏรในท้องถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นความทุกข์ลำบากและความยากจนของประชาชนในถิ่นทุรกันดารด้วยพระองค์เอง จึงมีพระราชดำริที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารเหล่านั้น
เริ่มด้วยทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้มีโครงการอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการให้เด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน 3 แห่ง เมื่อ พ.ศ. 2523 และโครงการอื่นๆ ต่อมา เพื่อให้เกิดการพัฒนาในด้านที่จำเป็นอย่างครบถ้วนตามลำดับ

กล่าวคือ เมื่อมีการพัฒนาด้านอาหารการกินแล้ว ได้พระราชทานความช่วยเหลือในโครงการส่งเสริมคุณภาพการศึกษา (พ.ศ. 2526) โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (พ.ศ. 2530) โครงการนักเรียนในพระราชานุเคราะห์ (พ.ศ. 2531) โครงการฝึกอาชีพ (พ.ศ. 2531) โครงการควบคุมโรคขาดสารไอโอดีน (พ.ศ. 2533) โครงการส่งเสริมสหกรณ์ (พ.ศ.2534) โครงการหน่วยแพทย์พระราชทาน (พ.ศ. 2536) และโครงการส่งเสริมอาชีพ
โครงการเหล่านี้เกิดขึ้นด้วยน้ำพระทัยเมตตาที่ทรงมีต่อประชาชนในถิ่นชนบทห่างไกลการคมนาคม และด้วยพระปรีชาในการสร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้ชุมชนอยู่พึ่งพากันได้ด้วยตนเองในเวลาต่อไป บนพื้นฐานของการมีสุขภาพพลานามัยที่ดี มีการศึกษา มีอาชีพที่มีรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดี

กองทุน กพด.

้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และเงินที่มีผู้ทูลเกล้า ฯ ถวายโดยเสด็จพระราชกุศลเป็นครั้งคราวในการดำเนินงานโครงการต่างๆ ข้างต้นนี้ แต่เนื่องจากการพัฒนาเด็กและเยาวชนเป็นโครงการต่อเนื่องโดยไม่มีที่สิ้นสุด และเป็นที่ประจักษ์ชัดในประโยชน์ที่มีต่อประเทศชาติ จึงมีหน่วยงานและบุคคลในภาครัฐและเอกชนร่วมกันจัดตั้งกองทุนสำหรับดำเนินงานโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนตามพระราชดำริ ฯ เป็นการเฉลิมฉลองในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 3 รอบ ในวันที่ 2 เมษายน 2534 มีชื่อกองทุนว่า “กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นเงินทุนประเดิมของกองทุนนี้ จำนวน 13 ล้านบาท และมีผู้มีจิตศรัทธาสมทบกองทุน กพด. จนถึงวันที่นำขึ้นทูลเกล้าถวายเมื่อ 31 พฤษภาคม 2536 เป็นจำนวน 88 ล้านบาทเศษ

ีกองทุน กพด.เป็นกองทุนคงยอดเงินต้น ใช้เฉพาะดอกผลของกองทุนในโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร กองทุนนี้เป็นองค์การสถานสาธารณกุศล ตามมาตรา 47(7)(ข) และมาตรา 79 ตรี (8)(ข) แห่งประมวลรัษฎากร ตามประกาศ กองทุนฯ อยู่ในลำดับที่ 205 ทำให้เงินบริจาคเข้ากองทุน กพด. นำไปลดหย่อนภาษีได้

โครงการส่งเสริมอาชีพ

ประมาณปี 2531 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้จัดตั้งโครงการเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยให้ประชาชนในถิ่นทุรกันดารพร้อมที่จะรับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถดำรงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ มีพระราชดำรัสเรื่องการจัดตั้งโครงการฝึกอาชีพเมื่อ พ.ศ. 2531 ว่า

“....ส่วนนักเรียนอีกส่วนหนึ่งนั้น เราที่ทำงานอยู่ก็คงจะรู้จักเด็กและเห็นได้ชัดๆ ว่า บุคคลหรือเด็กเหล่านี้ จะเป็นด้วยสติปัญญาและการเตรียมพร้อมตั้งแต่เล็กมาก็ตาม ฐานะทางเศรษฐกิจหรือว่าฐานะทางการเมืองและสังคมไม่เปิดโอกาสแน่ๆ ให้เขาได้ไปศึกษาต่อในระดับมัธยมหรืออย่างน้อยในช่วงนี้ไม่ทันการ ก็อยากจะให้อะไรกับเขา เป็นส่วนเพิ่มเติมขึ้นมา แม้อาจจะเล็กน้อย แต่ก็ดีทีสุดเท่าที่จะทำได้ คือเรื่องการฝึกฝนให้กระทำอาชีพได้ เป็นเรื่องปัจจุบันทันด่วน... ... จึงทำให้นึกถึงว่าอยากจะได้โครงการฝึกอาชีพต่างๆ ให้นักเรียนหรือศิษย์เก่าของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เลือกให้ทำอะไรที่จะมีตลาด จะขายได้ ทำได้หรือว่ามีคนจ้างให้ทำเพื่อที่จะเอาวิชานั้นมาหาเลี้ยงชีพต่อไป...” และในเวลาต่อมา

“....ในตอนนี้ จุดมุ่งหมายของเรื่องนี้ก็มี 2 ส่วน ส่วนหนึ่งที่เขามาสอนให้กับนักเรียนเล็กๆ นั่น ก็ตั้งใจให้เป็นเหมือนงานศิลปศึกษาหรือหัตถศึกษาของโรงเรียน ซึ่งบางครั้งเราๆ สอนอยู่ เป็นครูสอนหมดทุกวิชา อาจจะนึกไม่ออกถึงการประดิษฐ์ การทำบางอย่างที่แปลกๆ ออกไป ทางเขาก็มาสอน ก็ไม่ได้มุ่งว่าเป็นให้ซื้อขายได้ เพราะว่าเราก็ต้องรู้เข้าใจว่านักเรียนยังเล็กๆอยู่ ทักษะในการทำงาน หรือความสามารถ หรือฝีมือนั้นก็ยังไม่เข้าขั้น แต่ว่าอันนี้เป็นการฝึกให้รู้จักใช้มือใช้กล้ามเนื้อในการทำงานละเอียดๆ เป็นการฝึกนิสัย ฝึกสมาธิ ฝึกความตั้งใจและลักษณะที่ชอบในเชิงศิลปะ หรือการทำงานต่างๆ มาก่อน พอถึงนักเรียนชั้นโตขึ้นมา และศิษย์เก่านั้น ก็มีความตั้งใจว่าบางคนหรืออาจจะเป็นคนส่วนมากทีเดียวที่ไม่มีโอกาส ไม่มีความสามารถที่จะเรียนต่อในชั้นสูงได้ก็จะสามารถใช้วิชาที่ได้รับการสอนนี้ไปประกอบอาชีพ เป็นส่วนหนึ่งที่จะหาเลี้ยงชีพหาเลี้ยงครอบครัวได้...”

โครงการฝึกอาชีพเริ่มต้นขยายครอบคลุมผู้ที่จบการศึกษาแล้ว เพื่อพัฒนาอาชีพให้ต่อเนื่อง เมื่อปี พ.ศ. 2538 ที่บ้านยี่กุด อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร และบ้านนายาว อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นการนำศิษย์เก่าที่จบการศึกษาจากโรงเรียนบ้านยี่กุด และโรงเรียน ตชด. บ้านนายาว มาฝึกอบรมการแปรรูปผลผลิตเกษตรที่มีอยู่ในท้องที่ ได้แก่ มะม่วงกวน กล้วยฉาบที่บ้านยี่กุด และเต้าเจี้ยวที่บ้านนายาว โครงการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานเงินซื้ออุปกรณ์และก่อสร้างโรงเรือน ในระยะแรก มีครูในโรงเรียนทั้งสองแห่งเป็นพี่เลี้ยง และในระยะต่อมา ก็มีการดำเนินการในรูปแบบ สหกรณ์ที่ชาวบ้านรวมกลุ่มกันจัดตั้งขึ้น ต่อมาในปี 2539 ก็มีการขยายงานในพื้นที่ต่างๆ มากขึ้น ได้แก่ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ และพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ มีผลผลิตที่แตกต่างกันไป เช่น เครื่องจักสาน ผ้าทอมือ ชาสมุนไพร เกลือภูเขา เป็นต้น

ิ่การพัฒนาฝีมือของชาวบ้านนั้น มีหน่วยงานของรัฐเช่น กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น ส่งวิทยากรมาช่วยเป็นระยะๆ โดยตลอด
สินค้าเกษตรแปรรูปต่างๆ นั้น โปรดให้มีกระบวนการควบคุมคุณภาพและดำเนินการขออนุมัติ อย. ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ใช้ตราสินค้า ชื่อภูฟ้า ซึ่งเป็นชื่อภูเขาและชื่อตำบลในจังหวัดน่าน

โครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี จึงเกิดขึ้นกระจายกันไปในพื้นที่โครงการส่วนพระองค์ทั่วประเทศ ปัจจุบัน มีสมาชิกในโครงการ จำนวน 50 กลุ่ม ในพื้นที่ 11 จังหวัด

ผลผลิตของโครงการส่งเสริมอาชีพเหล่านี้ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้โครงการส่งเสริมอาชีพรับซื้อไว้ทั้งหมดโดยใช้ เงินทุน กพด. และโปรดเกล้า ฯ ให้นำมาขายในงานกาชาดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2540 เป็นต้นมา ผลผลิตที่มีปริมาณมากบางอย่างเช่น ไม้กวาด เป็นต้น มีองค์กรเอกชนรับไปขาย

กำเนิดร้านภูฟ้า.....เพื่อการพัฒนาที่ครบวงจร

ูเมื่อผลผลิตจากชาวบ้านในโครงการส่งเสริมอาชีพตามพระราชดำริมีเพิ่มมากขึ้น สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระราชดำริว่า หากช่องทางการจำหน่ายสินค้าของชาวบ้านยังมีอยู่เช่นเดิม คือขายเฉพาะในงานกาชาดเท่านั้น การพัฒนาด้านการส่งเสริมอาชีพประชาชนในถิ่นทุรกันดารคงทำได้จำกัดมาก จึงมีพระราชดำริว่า หากมีช่องทางจำหน่ายสินค้าที่ชัดเจน สามารถขายสินค้าของชาวบ้านได้ตลอดเวลา ก็จะทำให้ชาวบ้านขายสินค้าได้มากขึ้น เมื่อมีรายได้มากขึ้น ก็สามารถให้การศึกษาแก่บุตรหลานได้ดีขึ้น มีโภชนาการที่ดี สามารถพัฒนาตนเองและชุมชนได้ดี พึ่งตนเองได้ และเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน หากชุมชนใดดูแลตนเองได้แล้ว โครงการส่งเสริมอาชีพก็สามารถขยายออกไปช่วยชุมชนอื่นได้

ดังนั้น หากจะมีร้านเกิดขึ้นในกองทุน กพด. เพื่อทำหน้าที่ด้านการขายและการตลาด ต่อเชื่อมกับการพัฒนาอาชีพของโครงการ ก็จะทำให้การพัฒนาอาชีพเกิดขึ้นได้อย่างครบวงจร คือมีการผลิตสินค้าของชาวบ้านในถิ่นทุรกันดาร มีโครงการฯรับซื้อสินค้าจากชาวบ้าน มีร้านนำสินค้ามาขายและทำการตลาด ส่งข้อมูลจากผู้ซื้อป้อนกลับไปยังชาวบ้านเพื่อพัฒนาสินค้าต่อไป การหมุนเวียนของเงินทุนเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ก็สามารถพัฒนาอาชีพให้ชาวบ้านต่อไปได้อย่างยั่งยืน เป็นการพัฒนาที่ครบวงจร

เมื่อผู้บริหารศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ น้อมเกล้าฯ ถวายพื้นที่ในศูนย์ พร้อมตกแต่งเป็นร้านเมื่อปี 2544 จึงโปรดเกล้าฯ ให้เปิดเป็นร้านในกองทุน กพด. พระราชทานชื่อร้านว่า “ภูฟ้า” และโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ตราสัญลักษณ์ภูฟ้าที่มีความหมายถึงเจตนารมณ์อันสูงส่งเช่นเดียวกับภูเขาสูง มีฐานที่มั่นคงแข็งแรง มีความอ่อนช้อยของสายน้ำแห่งน้ำใจ และมีรูปร่างเหมือนบ้านที่จะเป็นแหล่งพักพิงอันร่มเย็นมั่นคงของผู้ยากไร้ตลอดไป

ร้านภูฟ้าในกองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)จึงเปิดทำการขึ้น ที่ชั้น 2 ของสยามดิสคัฟเวอรี่เซ็นเตอร์ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2544 เพื่อเป็นแหล่งประสานใจและความเอื้ออาทรระหว่างคนกรุงกับชาวบ้านในถิ่นทุรกันดาร ให้คนในเมืองได้ซาบซึ้งฝีมือและภูมิปัญญาของชาวบ้านในถิ่นห่างไกล และได้มีโอกาสสนับสนุนส่งผ่านกระแสน้ำใจต่อกันและกัน

สินค้าในร้านภูฟ้า เน้นสินค้าจากชาวบ้านในถิ่นทุรกันดาร มีทั้งผ้ากะเหรี่ยง ผ้าห่มทอมือ ผ้าไหม ผ้าฝ้ายทอมือ ผ้าบาติก เครื่องจักสาน ผลิตภัณฑ์จากหญ้าสามเหลี่ยม กระจูด และอื่นๆ ผลิตภัณฑ์แปรรูปเกษตร ชาสมุนไพร เกลือภูเขา นอกจากนี้ ยังมีขนมจากวิทยาลัยในวัง และมุมกาแฟ เครื่องประดับเงิน น้ำหอม ผลิตภัณฑ์จากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา หนังสือพระราชนิพนธ์ และสินค้าจากภาพวาดฝีพระหัตถ์พระราชทาน
รายได้ของร้านภูฟ้า จะเป็นเงินทุน กพด. ที่นำไปสนับสนุนโครงการพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ ต่อไป

พระราชดำริในการบริหารร้านภูฟ้า

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีคณะกรรมการดำเนินงานร้านภูฟ้า และพระราชทานพระราชดำริเป็นกรอบแนวทางในการบริหารจัดการร้านภูฟ้าโดยใกล้ชิดตลอดมา

มีพระราชประสงค์ให้มีการจัดการที่เป็นระบบที่ดีและทันสมัย เช่นเดียวกับองค์กรที่ดีอื่นๆ ทั่วไป ร้านต้องมีระบบบัญชีที่ดี มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตตามมาตรฐาน มีระบบการจัดการสินค้าคงเหลือ ระบบการขาย และระบบการตลาดที่ดี รวมทั้งระบบการบริการลูกค้าที่ดี

สนพระทัย ด้านการบัญชีมาก หากระบบบัญชีไม่ดี นอกจากจะไม่สามารถทราบผลการประกอบการแล้ว ยังอาจจะมีจุดรั่วไหลอื่นได้ ยิ่งเป็นเงินการกุศล ยิ่งต้องระมัดระวังให้มาก

ทรงเป็นห่วงชาวบ้านที่ผลิตสินค้าและโปรดให้ร้านจัดระบบการจ่ายเงินค่าสินค้า ให้ชาวบ้านได้รับค่าสินค้าโดยเร็วที่สุดเมื่อตรวจรับสินค้าแล้ว

ใส่พระทัยในความคิดเห็นของลูกค้า ต้องพระประสงค์ที่จะทราบความคิดเห็นของลูกค้า ทรงกังวลว่าลูกค้าได้รับความสะดวกดีหรือไม่ มีสินค้าให้เลือกซื้อเพียงพอหรือไม่

เมื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร ทรงพระเมตตารับซื้อของจากชาวบ้านที่มาเฝ้าและโปรดให้นำมาขายที่ร้านด้วย และโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ตามเสด็จเลือกซื้อสินค้าจากชาวบ้านในท้องที่นั้นเพื่อนำมาขายที่ร้าน ให้มีสินค้าหลากหลายมากขึ้น

พระราชทานพระราชานุญาตให้โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ต่างๆ ส่งสินค้าที่นักเรียนผลิตมาขายที่ร้านเป็นการประจำ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมโรงเรียนต่างๆ หากนักเรียนมีงานหัตถกรรม ก็ทรงรับซื้อไว้ด้วย

สนพระทัยเรื่องการสื่อสารข้อมูลระหว่างผู้ผลิตและผู้ซื้อสินค้า ต้องพระประสงค์ให้ผู้ซื้อได้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน เช่นสินค้าของชาวบ้านมาจากที่ใด ผลิตอย่างไร ใช้วัสดุอะไร มีวิธีการผลิตอย่างไร เพื่อให้ผู้ซื้อเข้าใจและเห็นคุณค่าของสินค้า จึงโปรดให้ร้านจัดทำคำอธิบายสินค้าจากชาวบ้านแนบไปกับสินค้าเสมอ

ยามที่เสด็จพระราชดำเนินยังร้าน โปรดเสด็จเป็นการส่วนพระองค์ โดยไม่กระทบการซื้อของของลูกค้า ไม่ว่าจะกำลังดื่มกาแฟหรือเลือกซื้อของอยู่ ก็โปรดให้เป็นไปตามปกติ หลายครั้งผู้ที่อยู่ในร้านไม่ทราบว่าได้มีโอกาสเฝ้าในขณะนั้น และเมื่อทราบ ต่างก็ปลาบปลื้มในพระกรุณาเป็นล้นพ้น

ุทรงปฏิบัติพระองค์เช่นลูกค้าปกติของร้านอย่างเคร่งครัด เมื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงซื้อสินค้าที่ร้าน ทรงเลือกสินค้าและเสด็จไปยังจุดเก็บเงินเพื่อชำระค่าสินค้าด้วยพระองค์เอง

สนพระทัยกิจกรรมที่ร้านจัดและพระราชทานคำแนะนำโดยตลอดเหนืออื่นใด ทรงพระเมตตาเหลือล้นแก่ชาวบ้านในโครงการ แก่ลูกค้าที่มาอุดหนุนที่ร้าน และแก่ทุกผู้ทุกนามที่มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานที่ร้านภูฟ้า

ภาพวาดฝีพระหัตถ์....น้ำพระทัยต่อเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

จุดเด่นอีกประการหนึ่งของร้านภูฟ้า คือ ผลิตภัณฑ์จากภาพวาดฝีพระหัตถ์ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาพระราชทานแก่ร้านเป็นระยะๆ ตลอดมา ด้วยทรงทราบว่า สินค้าจากชาวบ้านที่ร้านยังไม่หลากหลายนัก และอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของผู้ที่ประสงค์จะมีส่วนร่วมสนับสนุนร้านโดยทั่วกัน

นอกจากนี้ ทรงพระราชดำริว่า กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดารนั้นสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริอยู่มากมายหลายโครงการและยังมีเรื่องต่างๆ ให้ช่วยเหลืออีกมาก หากร้านมีรายได้เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้กองทุน กพด. มีเงินทุนช่วยเหลือประชาชนในถิ่นทุรกันดารได้มากยิ่งขึ้น จึงทรงพระกรุณาพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ให้ร้านภูฟ้าพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ตั้งแต่เสื้อ สมุด ปากกา กระเป๋า กล่องดินสอ ถ้วยและเครื่องใช้ต่างๆ ผู้ที่มีโอกาสเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์จากภาพวาดฝีพระหัตถ์เหล่านี้ ต่างถือเป็นสิริมงคลและมีความปลื้มปีติเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนสนับสนุนโครงการนี้

ภูฟ้ากับการพัฒนาชาวบ้านในโครงการ

พระปรีชาญาณด้านการจัดการที่เป็นการพัฒนาอย่างครบวงจร ส่งเสริมให้ชาวบ้านผลิตสินค้าจากวัสดุและความรู้ในท้องถิ่น และการนำผลผลิตเหล่านั้นมาสู่กระบวนการทางการตลาดทางร้านภูฟ้าในกองทุน กพด. และเกิดข้อมูลป้อนกลับรวมทั้งเงินทุนกลับไปพัฒนาอาชีพและความเป็นอยู่ของชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถอยู่ในท้องถิ่นเดิมของตนได้

์เวลาปีครึ่งของร้านภูฟ้าทำให้ชาวบ้านในโครงการขายสินค้าได้เพิ่มขึ้นประมาณสามเท่า นอกจากนี้ ทรงพระราชดำริให้มีการพัฒนาคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความต้องการของผู้ใช้มากขึ้น มีโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้สินค้าจากชาวบ้านมีความหลากหลายกว่าเดิม และทรงสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการของกลุ่มชาวบ้าน ส่งเสริมให้ชาวบ้านคิดและพัฒนาเองได้

สำหรับชาวบ้านกลุ่มใหม่ที่เข้าร่วมโครงการ พระราชทานเงินทุนเป็นกองทุนหมุนเวียนเพื่อให้ชาวบ้านเหล่านั้นสามารถเริ่มต้นสร้างอาชีพได้

มีพระราชประสงค์ให้ผลได้จากร้านภูฟ้า คืนกลับไปช่วยพัฒนาชาวบ้านที่ยากไร้ ที่อยู่ในถิ่นห่างไกล ห่างจากโอกาสในการพัฒนาและความเจริญ ให้มากที่สุด

น้ำพระทัยของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ที่พระราชทานแก่ประชาชนในถิ่นทุรกันดารนี้ เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมและหล่อเลี้ยงดวงใจอันแห้งผากด้วยความยากลำบากเหล่านั้น พระปรีชาด้านการบริหารจัดการ พระเมตตาอันล้นเหลือ และความใส่พระทัยอย่างต่อเนื่องจริงจังที่ทรงมีต่อประชาชนที่ยากไร้ จนทำให้สามารถยืนอยู่ได้ด้วยตนเองและมีการพัฒนาที่ยั่งยืน ได้บ่มเพาะให้เขาเหล่านั้น ทวีความจงรักภักดีต่อประเทศชาติ และมีความรักเทิดทูนเหนือสิ่งใดถวายแทบเบื้องพระยุคลบาท

ในวโรกาสที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 48 พรรษา ปวงข้าพระพุทธเจ้าขอพระราชทานพระราชวโรกาสแสดงความจงรักภักดี ขอจงทรงพระเกษมสำราญ ปราศจากทุกข์ มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ทรงเป็นมิ่งขวัญแห่งปวงประชาตลอดกาลนานเทอญ

สุชาดา กีระนันท์


สนใจสั่งซื้อสินค้า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
สำนักงาน ร้านภูฟ้า 123 สุขุมวิทซอย 7 แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กทม. 10110
โทร 02 655 6242-3 โทรสาร 02 655 6244 หรือสาขา